2005/Dec/05

เธอโดนเรียกตัวไปทำงานที่กท. ด้วยเงินเดือน start 13000.-

แต่แม่ของเธอไม่อยากให้ไป

สุดท้ายเธอไปได้ไม่นานก็กลับมาทำงานแถวบ้าน

เธอกับเขาต้องห่างกันไกล

แต่เธอใกล้ผม

ผม .. ยังมีโอกาศมั้ย?

2005/Oct/09

หลายเดือนที่แล้ว เป็นปีแล้วก็ได้ว่า
ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ในร้านอินเตอร์เน็ตของเพื่อน ย่านสถานศึกษา
เธอรู้จักกับเพื่อนผมที่ร้านนั้น เข้ามาโวยวาย(ออดอ้อน) ให้ซ่อมปริ๊นเตอร์ให้เธอ
เพื่อมผมมันซ่องคอมฯ นะคับ ไม่ใช่ช่าง printer
แรกๆผมรู้สึกรำคาญ ยัยบ้านี่ เครื่องปริ๊นต์แคนนอนของเธอเสีย
ก็ส่งศูนย์แคนนอนไปซิ งี่เง่า
เป็นความรู้สึกแรกที่ผมคิด และคิดต่อไปเรื่อยๆว่า
นักศึกษามหาวิทยาลัยสมัยนี้ หลอกแดกผู้ชาย
เธอคงอ้อนให้ซ่อมฟรี ทำนองนั้น ..ผมคิด
แต่ภายหลัง ได้คุยกับเพื่อน ถึงได้รู้ว่า เธอไม่ใช่อย่างที่ผมคิด
แถมยังไม่ใช่ แบบตรงกันข้ามกันเลย
ไปเที่ยว ไปกิน ไปดื่ม บางทีเธอจ่ายให้หมด

แล้วเธอก็ยังเปิดร้านอินเตอร์เน็ต & เกมส์ อยู่แล้วด้วย
ทำให้ผมต้องเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับผู้หญิง คนนั้น
ผู้หญิงตัวสูง ผมดำตรงยาวถึงกลางหลัง ทำให้ดูสูงไปกันใหญ่
แต่ก็เหมาะสมกับความหนาของเธอแล้ว สูงๆ แบบนี้
ตัวตรง หลังตรง บุคลิกเยี่ยม ท่าทางหยิ่งไม่ใช่เล่น
ถ้าไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เธอคงไม่มาออดอ้อนแบบนั้น
ผมติดใจเธอเหรอ?
ก็ไม่ใช่ ..
แต่ผมก็ถามเพื่อนว่า เธอมีแฟนหรือเปล่า?
ได้ข่าวว่า ไม่มีแฟน
ผมไม่ได้คิดจีบหรอกนะ แต่ก็อยากรู้จักเท่านั้นเอง ..

ผมเจอเธออีกที ที่งาน meeting ห้อง chat ห้องหนึ่ง ที่เธอเล่นประจำ
คนอื่นๆ (ส่วนมาเป็นเด็กมัธยม กับเด็กรุ่นน้อง )เรียกเธอว่า เจ๊
หรือไม่ก็ ป้า (ฮ่าๆๆๆๆๆ กรูก็ ปู่เลยซิเนี้ย เช้ดโด้)
เพื่อนผมไม่ได้ไป (เพื่อนที่ทำร้านเน็ตหน่ะ)
ส่วนผม เชื่อได้เลยว่าเธอไม่เคยพอเจอ รู้จักผมมาก่อน
วันนั้นผมก็ไม่ได้สุงสิงอะไรกับเธอมาก
แค่ดูอยู่ห่างๆ เธอห้าวได้ใจมาก
ใส่แหวนนิ้วกลาง แล้วเดินโชว์แหวนตั้งแต่หัวโต๊ะ ยันท้ายโต๊ะ
แหวนเป็นหัวอัญมณีขนาดใหญ่สีดำ
ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันมีความหมายอะไร

เธอบอกว่า คนขายบอกว่า เหมาะกับเธอ
เพราะเธอผิวขาว หัวแหวนสีดำ เธอใส่แล้วขึ้น
เธอเลยซื้อมา วงมันใหญ่พอควร เธอเลยใส่ได้แค่นิ้วกลาง

แล้วเราไปต่อคาราโอเกะกัน (ไปกันแค่ โตๆ กันหน่อย)
พวกเด็กๆ ก็ กลับบ้านนอนได้แล้ว
พวกระดับอุดมศึกษาขึ้นไปเท่านั้น ที่ไปต่อกัน
ผมได้ใกล้ชิดเธอมากขึ้น เธอร้องเพลงเพราะมาก
เลือกร้องเฉพาะเพลงสากลด้วย
ยัยนี่ หัวสูง รสนิยมนอก !! ผมแอบคิด
ผมเลิกคิดเมื่อเธอบอกผมว่า
เธอเรื่องเพลงไทย ห่วยแตกมากไม่กล้าร้องอาย
กร๊ากกกกกกกกกก จริงอย่างว่าคับ
เธอจะร้องได้แค่เพลงร็อคผู้ชายร้อง กร๊ากกกกกกกกกกก
แต่เธอร้องเพราะนะ ทุกเพลงเลย << ออกแนวหลงเสน่ห์เข้าแล้ว

ถามว่าผมจีบเธอมั้ย?
เปลาเล๊ย !! ไม่ได้จีบ เจิบ ไรเล๊ย
แค่พยายามนั่งใกล้ๆ ข้างๆตลอดงาน
ตั้งใจฟังเวลาเธอร้อง
มองเธอเวลาเธอร้อง หรือเธอจะพูดอะไร
เธอรู้ตัวคับ ผมรู้ว่าเธอไม่โง่ววว
เธอย่อมรู้ว่า ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ สนใจเธอ

ผมมีความเชื่อเล็กๆ ว่า เธอก็สนใจผม
หน้าตาขนาดผม ถ้าเธอไม่สนใจ ก็เย็นชาเกินไปแล้ววว
เราคุยกันมากขึ้นทาง msn หรือไม่ก็ irc
แต่เธอจะเงียบมากกว่า
ผมรู้ว่าเธอมีคนชอบเยอะ ในเน็ต
ผมเองก็มีคนชอบเยอะแยะในเน็ตเช่นกัน

ผมเลิกติดตามเธอ พักนึงตอนที่ผม หาที่อยู่ ลงหลัก ทำงาน
ผมต้องทำงานไปด้วย แล้วเรียนโทไปด้วย
ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่บ้านพักผม เป็นของแม่
ผมอยู่คนเดียว ไม่ห่างจาก ญาติห่างๆของแม่ ที่ทรัพย์ไพรวัลย์
ญาติ หรือลูกน้องแม่ ผมก็ไม่แน่ชัดเท่าไร

จนผมมีที่อยู่แน่นอน ที่จังหวัดเดียวกับเธอ
และได้งาน ที่ต้องรับผิดชอบสูง ระยะเวลาครึ่งปี แล้วต่อสัญญา
ครึ่งปีแรก ผมจะเทียบโอนรายวิชา และผมตั้งใจว่าจะจบ โท(ครั้งที่ 2)
ด้วยเวลาแค่ 1 ปี (แปลว่าผมต้องทำงาน ครึ่งปี แล้วต่อสัญญาอีกครั้ง จากนั้นก็ตัวใครตัวมันสำหรับงานน่าเบื่อเถือกนี้ <ดูแลระบบ>)
ผมมีเวลามากโขอยู่ในการที่จะจีบเธอ
แต่ผมก็ไม่เคยจีบใคร
เกิดมาไม่เคยจีบใคร
ที่ผ่านๆมา มันเป็นไปตามธรรมชาติผมไม่ได้จีบใคร
ผมก็ตั้งใจ จะให้เป็นไปตามธรรมชาติกับเธอ
แต่ว่า ผมเรียนโทภาคปกติ เธอเรียนตรีปีสุดท้ายภาคปกติ
คนละคณะ ในมหาวิทยาลัย ผมไม่มีทางได้เจอเธอแน่ๆ
ในห้อง chat ผมเห็นเธอออนไลน์ แต่ผมก็ไม่มีเวลาคุย
เวลาผมเข้าไปในเมือง ไปเที่ยว ไปดื่ม ก็ไม่เจอเธอ
เธอไม่เที่ยว ไม่ดื่ม
(เป็นบุญของกรูนะเนี่ย ที่ได้เจอเธอเที่ยวตอน meeting)

เด็กดีครับ ผมคิดงั้น เลยคงต้องเข้าทาง การงาน หรือทางผู้ใหญ่
ผมติดตามจนรู้ว่าร้านเธออยู่แถวไหน แล้วไปโฉดเฉี่ยวย่านนั้น
ผมขับ Lancer คับ ( ตังค์แม่ )
ผมเข้าไปเหยียบร้านเธอ พบว่า
โล่ง โจ่ง
เธอนั่งอยู่ส่วนใน ที่โต๊ะทำงานของเธอ มีชั้นหนังสือ ชั้นใส่ของ
เสื้อผ้ากองนึง (คงไปรับมาจากร้านซักรีด ยังไม่ได้เก็บ)
และคอมพิวเตอร์สำหรับบริการ vip อีก 3 เครื่อง
(vip คือ ทำงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่เล่นเน็ต เล่นเกมส์)
มีขวดเบียร์เรียงรายอยู่ริมผนัง (หล่อนเป็นอีลำยองหรือป่าวจ๊ะ .. ผมคิด)
เธออยู่คนเดียว มองผมอย่าง very surprise
มาได้ไง? ถ้ามาช้าไป 1 วัน ก็จะไม่เจอแล้วนะ จะย้ายร้านแล้ว
ตกใจเหมือนกัน ที่เข้ามาเจอแบบนี้
เธอยิ้มๆ เธอว่าเธอกำลังย้ายร้าน ด้วยเหตุผลห่ารากอะไร .. ผมไม่ได้ถาม
ย้ายไปไหนผมก็ไม่ได้ถาม แต่รู้ว่า แววตาเธอกรึ่มๆ เศร้า
ไม่ได้จ่ายค่าที่เหรอคับ เค้าเลยไล่ ผมปล่อยมุข ทำเธอขำ
จริงๆ เธอเป็นคนอารมณ์ดีนะ ขำง่าย ยิ้มง่าย
ขวดเบียร์นั่นก็ผลงานเพื่อนๆ ของเธอ
แต่พอรู้จักกันไปลึกๆ เธอไม่ได้แฮปปี้ แป้นแล้นอย่างที่เห็นเท่าไร

เธอว่าจะย้ายไปทำร้านที่เล็กก่านี้ (ยังกะนี่มันมโหฬารนักหล่ะ)
ใกล้บ้าน สะดวกแล้วจะเรียนให้จบ ซะที (แล้วปี 4 นี่เมิงยังจะไม่จบหรือ?)
เธอว่าเธอต้องเรียนเอาอีกวุฒิ (แม่ง ..โลภ)
จะเอา ครุศาสตร์บัณฑิตอีกตัว อยากเป็นครู ( แม่คนเจ้าอุดมการณ์ !!! )

เธอเรียกผมว่า พี่ ทุกคำ ( แน่ซิ ก็กรูแก่กว่าตั้ง 6 ปีนี่หว่า )

แล้วเหตุการณ์ที่ไม่ผมไม่พึงประสบก็เกิดขึ้น
พ่อกับแม่เธอเข้ามาในร้าน (คงมารับลูกสาวเค้ากลับบ้าน)
ผ่างง !!! ผมร้อนตัว ราวกับว่ากำลังลักลอบได้เสียกับลูกสาวเค้าอยู่
บอกตรงๆว่า ทำห่าไร ไม่ถูกเลย
เลยไหว้แบบธรรมดา (ไม่ใช่เบญจางคประดิษฐ์)

เป็นเวลา สามทุ่ม เศษ
เธอคุยกับพ่อแม่ ทำให้ผมรู้ว่า
การที่เธอจะย้ายร้าน ไม่เป็นที่สบอารมณ์ท่านบุพการีเท่าไร
พ่อแม่เธอก็ ไม่สบอารมณ์ผม อยู่มาก (มากสุดปรี๊ด)
เธอว่าจะอยู่ทำงานที่ร้าน ต่อแล้วจะกลับ
ผมว่าจะไปส่งเธอให้
ทำให้พ่อกับแม่เธอ ละพวกกระผม ไว้ที่ร้าน
พ่อเธอหน้าตาหล่อเหลาพอสมควร
แม่เธอ ก็ ดูจะดุไม่ใช่เล่น
เธอบอกแม่เธอว่า ผมเป็นรุ่นพี่สถาปัตย์
แง้วววว รุ่นพี่คนไหนว่ะ !!! กรูไม่ใช่ !!!

เธอว่า พ่อแม่ไม่ชอบให้เธอคบเพื่อนทางเน็ต
ถ้าบอกพ่อแม่ว่า ผมเป็นเพื่อนหรือพี่ทางเน็ต
ผมกับเธอคงต้องมีอันเป็นไป ไม่ได้ประสบพบพานกันอีก
( กรูจะลิเกไปแล้ว !! )

คืนนั้น ผมอยู่กับเธอจนเที่ยงคืน เราคุยกันนาน
ร้านที่กำลังจะย้าย
ไม่มีลูกค้าตัวไหนบังอาจเข้ามารบกวนผม กับเธอได้ ฮ่าๆๆๆๆ
( กรูช่างมาถูกจังหวะเป็นแท้ พระเจ้าเข้าข้างคนหล่อคับ )

เธอหอบเสื้อผ้า (ทั้งที่ซักแล้ว และยัง) โยนเข้าเบาะรถด้านหลัง
ผมช่วยเธอ ขนของ(ของใช้ส่วนตัวสตรีทั้งหลายแหล่) ขึ้นรถ
เธอคงใช้ชีวิตที่ร้าน ประหนึ่งบ้าน ดูจากข้าวของ
มีจานชาม และขวดซอสด้วย !!!

ผมได้รู้จักบ้านเธอคับ แม้จะกลางคืน แต่ผมก็ จำได้ดี นักแล
เธอหอบเสื้อผ้าลงเข้าบ้าน มีสุนัขขนพองตัวใหญ่ มารับเธอ
มันกระโดดใส่เธอ จนเธอปล่อยเสื้อผ้าในมือหมด
ผมอยากเข้าไปช่วยนะ .. แต่เกรงใจหมาเธอ พันธุ์บางแก้วคับ

จากนั้น ผมก็กลายเป็นคนสนิทของเธอ
ผมได้เข้าไปช่วยเดินสายระบบร้านใหม่ของเธอ
ทำทุกอย่าง
จึงได้รู้ว่า เธอช่างงง..
ช่างไม่รู้อะไร บ้างเลยยย ..
ผมรู้แค่ว่า เธออาจจะทำดีกับผมเพราะผมเอื้อประโยชน์ให้เธอได้
หรือเธออาจจะต้องการเพื่อนดีๆสักคน
หรือเธออาจจะชอบผมบ้าง
อันหลัง มันริบหรี่ มากคับ เพราะผมไม่เคยจีบเธอเลย
แล้วภาพลักษณ์ของผมที่เธอเห็น ก็ ยอดชาย .. ดีๆ นี่เอง
แปลว่า โคตรเจ้าชู้ .. ก็จริง 75%

จากการทำร้านใหม่ให้เธอครั้งนี้
ผมกับพ่อแม่ของเธอก็เริ่มซี้กัน (ลามปาม)
พ่อของเธอ ทำงานของเค้า ไม่ค่อยว่างเจอผมหรอก
เว้นแต่ผมอยู่จนค่ำ ก็อาจจะได้เจอ
แม่ของเธอ เป็นแม่บ้าน (ทำธุรกิจส่วนตัว)
แม่ของเธอเลยได้ดูแลผมบ้าง เรื่อง อำนวยความสะดวกต่างๆ

แต่ผมก็ยังเจอเธอออนไลน์ หนักๆ ดึกๆ ตลอดเวลา
เธอนั่งอยู่ในร้านใหม่ เป็นย่านที่ ปิดร้านได้ตั้งแต่ 3 ทุ่มแล้ว
เธอว่างเยอะ มีเวลาเรียนเยอะ เธออาจจะทำงาน (เรียน)
หรือไรก็ตาม ผมก็พ้นจากงานทางร้านเธอ ผมก็ทำงานของผม
ไม่มีเวลาเข้าเมืองมากเหมือนแต่ก่อน
( แล้วก็เสือกแรด ไปอยู่นอกเมือง )
เธอเองก็เงียบไป ออนไลน์มาแต่ราวกับว่า ไม่เห็นผม
จนผมว่างได้คุยกับเธอบ้าง จึงได้รู้ว่าเธอกำลังมีความรัก
ความรักออนไลน์
นิยายน้ำเน่า
หนุ่มลึกลับ กทม. อายุมากกว่าเธอ 10 ปี
ตอนนั้น ผมคิดแค่ว่า .. ขอให้มันเป็นเกย์ ..สาธุ !! เพี้ยง !!

ผมปล่อยเวลาสำหรับผมและเธอ ออกไป
ผมไม่ว่าง เธอยุ่งธุระของเธอ เรียน+ความรักในเน็ต
โจนผมและเธอ และอีกท่านหนึ่ง(ผู้ชาย) คนรู้จักผมและเธอ
เราไปดูหนังด้วยกัน กินอะไรกัน และคุยกัน
สองคนนั้น (เธอและอีกคน) ดูพวกมันจะอินกับ internet กันมาก
จนผมรำคาญเล็กๆ คุยเรื่อง คนอื่นๆ (ล้วนแต่มีชีวิตในเน็ต)
( นี่กรู นั่งทนโท่ ตัวเป็นๆ หัวโด่ๆ พวกเมิงจะไม่สนใจกรูเลยเหรอ?? )
( เช้ดโด้ )

ผมพูดตรง ปากจัด รักจริง ( ฮิ้ววววววววว )
ผมเลยท้าเธอไปว่า เลิกเล่นเน็ตแข่งกันมะ?
เธอมองตาปริบๆ คล้ายๆ สำนึกได้ว่า ทำผิดมหันต์กับผม
เธอบอกว่า ได้
อีกคน แม่ง แซวเธอว่าเธอชอบผม
เธอเขินๆ อ่ะ ( กรูก็ได้ใจซิ อ่าๆๆ )

จากนั้น ผมก็เริ่มจีบเธอ อย่างเป็นกิจจะลักษณะ
แล้วเธอก็เลิกเล่นเน็ตจริงๆ
แต่ยังคงออนไลน์ msn เพื่อคุยกับผม

เราเจอกันบ่อยขึ้น
พลอดรัก รำพัน กันมากขึ้น
เธอ โรแมนติกน่าดู ( กรูก็ด้วย )
ไม่น่าเชื่อเลย ว่าผมจะโรแมนติกได้ขนาดนั้น
จนกระทั่งผมบอกรักเธอ
..
เธอเงียบไป
..
ผมถามหารักเธอ
..
แม่ง เงียบหนักก่าเก่า
..
( กรูไม่น่าถามเล๊ย )

เธอบอกว่าเธออยากแนะนำผมให้รู้จักกับบางคน
คนที่เธอ เคารพรัก นับถือ
ถ้าเค้าบอกผ่าน เธอก็จะคบกับผมเป็นแฟน
บอกตรงๆเลยว่า ..
..ผมไม่เคยได้ยินเรื่องอะไร งี่เง่า เท่านี้มาก่อนเลย ..

ผมไม่ได้คุยกับคนนั้น ตรงๆหรอก เธอไม่เคย invite
คนนั้นก็คือ คนที่เธอเคยรักนะแหละ หนุ่ม กทม. อายุ 32
เธอส่งเมลล์ของคนนั้นให้ผม (ส่ง Reply)
จับใจความได้ว่า ขอให้เธอและผม มีความสุข
ขอบใจคับ ท่านผู้ประเสริฐ !!
แม้ผมจะไม่รู้จักว่าคุณคือใคร มากนัก
แต่ฟังสำเนียงคุณแล้ว คุณเสียใจเรื่องผมกับเธอใช่มั้ยคับ?
ผมพอทันเกมส์คุณนะ พ่อพระ
บอกตรงๆเลยว่า ผมระแวงคุณมากๆ
และอยากให้เธอมาเป็นแฟนผมไวๆ
ผมจะได้ มีสิทธิเต็มที่ในเธอ ในการเป็นแฟนเธอ

แล้วก็สำเร็จ ตามที่ผมได้ไซโครเธอไป
เธอยอมรับผมเป็นแฟน
แม้จะไม่เคยบอกรักผมเลย
ผมเองก็ไม่เอ่ยคำนั่นอีก ..
จะไม่เอ่ยอีก
จนกว่าเธอจะยอมบอกผมบ้าง

หลังจากเป็นแฟนกับเธอแล้ว
ผมรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ของเรา
มันแย่กว่าตอนที่ไม่ใช่แฟนกันซะอีก
เธอดูจะมีอะไรปิดบังผม
ผมถามเธอเรื่องผู้ชายคนอื่นๆ คนในเน็ต คนในชีวิตจริง
เธอเล่าให้ฟังหมด ( หมดป่าวไม่รู้ แต่เท่าที่ฟังก็เยอะอยู่ )

และที่ตรึงใจเธอมากที่สุด ก็ดูเหมือนจะเป็นหมอนั่นแหละ
หนุ่ม กท. วัย 32 คนนั้น ( กรูก็ กท. นี่หว่า )
ผมจะเรียกมันว่า ตานั่น ละกัน
เธอบอกว่าเธอไม่เคยได้ใจตานั่น
เธอรักตานั่นข้างเดียว
บลา บลา บลา (  ขอขอบคุณบุคคลผู้บัญญัติคำคำนี้ )

แล้ว รักผมบ้างมั้ย? ( กรูถาม )
.. เรารักพี่นิวส์(ตานั่นอะแหละครับ)
ผมเปลี่ยนจากคำว่า ตานั่น เป็น ตานิวส์ แทนละกันนะคับ
( นี่กรูพยายาลซ่อนนามแล้วนะ กลัวโดนฟ้อง ชิหาย )
งั้น ก็ไปบอกเค้าซิ ( กรูท้า )
เคยบอกแล้ว บอกตลอด ชิหายแล้ว อีนางเอ๊ย เมิงมีศักดิ์ศรีบ้างเปล่า
แล้วไงต่อ
พี่เค้า ไม่สนใจเรา
บางทีเค้าอาจจะรัก(เมิง) เหมือนกันนะ
ไม่หรอก เค้าไม่เคยบอก แล้วบอกไม่ให้เรารอเค้าด้วย
แล้วจะเอาไงกับผมละครับ
พี่ก็เป็นคนดี เราไม่อยากพลาดอะไรดีๆ ไป
แล้วคนนั้นล่ะ?
เราไม่อยากรอคอยอะไร ที่ไร้จุดหมาย
จะลืมเค้าได้มั้ย?
คงต้องเป็นอย่างนั้น
งั้น เป็นแฟนผมแล้ว คิดถึงแต่ผมคนเดียวนะ
ค่ะ ( แม่งเสือกรับคำ กรูก็รู้ว่าทำไม่ได้หรอก ชิส์ ยัยบ้า )

คบกันเธอไป เดือนเศษ
ในระหว่างนี้ เป็นอะไรที่หวานมาก
ผมไม่เคยล่วงเกินเธอเลย
ไม่ว่าจะ small sex หรือ big sex (เข้าใจกรูมั้ย?)
( คือ กรูไม่แสดงออกว่าบ้ากาม กับน้องเค้าเลย กรูรักเค้า )
แต่หลังๆ เธอมีอาการแปลกๆ
( ไม่ใช่ อาการประจำเดือนไม่มานะ )
คือ คนคุ้นเคยกันจะรู้อ่ะ
เวลาคุย เวลาโทรไป เวลาอะไร เธอจะ กุกๆ กักๆ ขึ้น
เหมือน ไม่เต็มที่ เต็มใจกับผม
ผมเริ่ม ฉุกคิด (ตามประสาคนฉลาด)
ผมคิดว่า ตานิวส์ จะรีเทริน แล้วก็จริงดังว่า
ผมเริ่ม ไม่มั่นใจ ในความมั่นคงของรักเรา
ผมถามเธออีก ว่ารักผมบ้างมั้ย? พร้อมบอกรักเธอ
.
เธอ เป็นใบ้ ไปอีกตามเคย
.
( กรูละเซ็ง )

แล้วรุ่งขึ้น ( กรูคุยกันข้ามวัน? )
เธอก็ทิ้ง sms ไว้ว่า เรารักพี่นิวส์
ผมแปล ตามระดับความฉลาดของผมว่า
เธอไม่ได้รักผม เธอรักคนอื่น
เธอต้องการอิสรภาพในการไปรักคนอื่น
ผมจึง ตามใจเธอ
ยกเลิกสิทธิที่จะเป็นแฟนกับผมไปซะ
ผมถามตัวเองตลอดว่า
(นี่กรูอกหักหรือป่าว?)

ผมยังคง ตามข่าวคราวของเธอ
ตามพบปะ พูดคุย ประสา คนเคยคุ้น
ภาษาบ้านเรียก เสือก
เธอเลิกเล่น irc ไปแล้ว
ผมก็ยังไปซุกตัวอยู่ในที่ๆ ที่เธอเคยอยู่
เขียนไดอารี่บ้าง
งานยุ่งพอควร แต่มีเวลาบ้าบอ
ไปเรียนบ้าง ไม่ไปบ้าง ( ได้ข่าวว่าจะไม่จบ )
ผมไม่ได้คุยกับเธอตรงๆอีก
เธอ block ผม
ผมตามข่าวคราวจากไดอารี่เธอ
จนเธอ ปลด block ผม เพราะกลัวผม
จะแสดงอะไรออกไปที่ทำให้ชาวบ้านรู้ว่า
ผมกับเธอเป็นอะไรกัน
( จริงๆ เธอคงกลัว ตานิวส์รู้คนเดียวอ่ะแหละ )

ผมได้คุยกับเธอ ได้อ่านไดอารี่ทุกวันๆ
จึงรู้ว่าเธอ กับตานิวส์ ไม่ได้ แฮปปี้ โอ้ลัลลา อย่างที่ผมคิด
ผมแอบดีใจ ( กร๊ากกกกกก ดูเป็นพระเอกดีมั้ยคับ?)
ตานิวส์ก็ยังคงเล่นตัว ลีลา ไม่รับรักเธอ
กลายเป็นว่า เธอไปทำตัวโสด เพื่อที่จะ คว้าลม
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก ผมละช๊อบชอบ
ผมไม่รู้เหตุผล ห่าเหว อะไรของตานิวส์หรอกนะ
ว่าทำไม รักเธอไม่ได้
หรือว่า มีเมีย มีลูกอยู่แล้ว
( ฮี้ๆๆ ผมแอบภาวนาให้เป็นจริง )
เธอเศร้า ( ก็สมควรอยู่หรอก )
ผมเป็นที่ระบาย อันแสนจะอ่อนโยนให้เธอ
ใจแท้ๆของผม ยังรักเธอนะ .. ยังอยากได้ใจเธอ
( หรือกรูต้องการแค่เอาชนะกันแน่? )
เธอจะคุยกับผมเรื่อง พี่นิวส์ที่รักของเธอ นานๆ
ผมกับเธอคุยกันนานขึ้น ( แต่คุยเรื่องคนอื่น )
ผมรู้ฐานะของตัวเอง สำหรับเธอ คนพิเศษ
แต่ไม่ใช่ คนรัก
( สมชาติชายจริงๆเลยกรู ให้เค้าใช้เป็นตัวขั้นเวลา )

จนวันนึง เธอก็เงียบหายไป
เธอพบกับยอดชายในฝันของเธอแล้ว
ไปติดต่อเรื่องฝึกงานที่ กท. เจอยอดชายของเธอ
เธอถึงได้รู้ตัวว่า เธอเองก็เป็นนางในฝันของเขาเช่นกัน
( อ๊วกกกกกกกกกกกก )
เธอกับเขา ได้พบ ได้เจอ ได้พรอดรัก
ไม่ต่างกับที่เธอเคยทำ เคยพูดกับผม
( กรูหมั่นใส้ มีไรป่ะ? )

เธอได้คบกันเขาในชีวิตจริง ซะที
ผมก็เจือจางความอยากรู้เรื่องราวของเธอ
ไดอารี่ที่เธอเขียน ก็ล่ม ( ไดอารี่ฮับ )  กรูเปล่าหมิ่นประมาทนะ
ผมก็ยุ่งงานของผม (ติดสาวอื่นๆ)
ผมสนุกกับสาวอื่นๆ คะนองสวาท
ฮ่าๆๆๆๆ หัวเราะอย่างฮึกเหิม

แล้วผมก็เจอบางคนในเน็ต ทั้งคนที่รักเธอ คนที่เกลียดเธอ
ผมได้พูดคุย อะไรสารพัด
ฟังคนอื่นด่าเธอ ฟังคนอื่นชื่นชมเธอ
สารพัดห่าราก ผมไม่สนใจเท่าไร
แต่เรื่องราวเหล่านั้น
มันสะเทือนจิตใจ อันพริ้วไหว ของผม
ข่าวไม่ดีของตานิวส์ ข่าวไม่ดีของเธอ
ทำให้ผม สะใจที่ได้รู้
แต่ลึกๆ ยังเป็นห่วงเป็นใย ใคร่รู้
ผมติดต่อเธออีก

จึงได้รู้ว่า เธอเพิ่งจะคบกับตานิวส์เป็นแฟนกัน
ได้ไม่ถึง เดือน
ตลอดเวลาที่ผมห่างเธอไป
เธอก็ยังเดียวดาย ลำพัง เหมือนเดิม
ในขณะที่ผมกำลังคะนองกับสาวๆ มากมาย
เธอเห็น เธอรับรู้ เธอได้ยินข่าว
เธอเสียใจ
.
ผมเองก็ เพิ่ง.. รู้
ผมยังมีเยื้อใยนะ
คิดจะเริ่มใหม่
แต่ก็ไม่คิดเลิกกับหญิงที่พัวพันอยู่
เธอก็กำลังไปได้สวย กับตานิวส์ของเธอ
ผม .. ยังคงมีเธอค้างคาในใจ
ผมบอกไม่ถูกว่า ผมรู้สึกอย่างไร
ผมเกลียดเธอ
ผมชิงชังเธอ
ผมรักเธอ
ผมห่วงใยเธอ

ผม .. ห่ารากใส้

จน ผมต้องช่วยตัวเอง ( ไม่ใช่อย่างที่คิดนะคับ )
ช่วยให้ตัวเอง พ้นจากความทุกข์
ความทุกข์อันหาสาเหตุเพื่อดับทุกข์ไม่ได้
ฟ้าฝนเป็นใจให้ผม จากจร
ผมจากที่อยู่เดิม ที่เรียน ( กรูไม่เรียนแล้ว เช้ดโด้ )
เพราะฝนมา ( พายุเข้า )
กลัวน้ำท่วม แล้วจะลง กท. กลับบ้านพ่อไม่ได้
แต่จะอยู่ต่อก็ได้ ขึ้น ลำปางไปเลย ไปบ้านแม่
แต่ก็กลัว ดินถล่ม น้ำท่วม สารพัดอีก ( นี่กรูปอดแหก? )
ผมเลย จะย้ายกลับ กท.
บอกลาเธอ ครั้งสุดท้าย
นัดเธอไว้ ตอนกลับเข้าไปขนของ ที่พักเดิม
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2548
ร้านหมูกะทะ ร้านที่ผมพบกันเธอ ตอน meeting
ผมรู้ตัวว่ามีนัดกับเธอวันที่ 2 ตุลา ตั้งแต่วันที่ 26 กันยา
พอวันที่ 1 ผมไปย้ำนัด กับเธอ
ฟังน้ำเสียงเธอ ตะกุกตะกัก อยากยกเลิก นัด
( ฮ่าๆ ตอนนั้นผมคิดว่า กลัวกรูจะจากไปจริงๆ นะซิ อีนางเอ๊ย )
ที่ไหนได้
เธอมีแขก เธอคุยไมสะดวก

ตามที่เรานัดกัน ผมจะลงไปรับเธอที่บ้าน ตอน 1 ทุ่ม
ผมไปรับเธอตามนัด เธอสารภาพบางอย่างกับผม
พี่นิวส์มา พี่นิวส์อยู่ที่นี่ ไปรับพี่เค้าไปด้วยกันมั้ย?
( มันถามจริงๆ หรือถามเล่นๆ ว่ะ )
ผมเบลอๆ เล็กน้อย ( จริงๆ เบลอหนักเลย )
ผมกะว่าจะคุยกันดี จบสวยๆ อย่างตราตรึงใจ
( แอบคิดอะไร เลวๆ ไว้ด้วย ว่าจะฝากรักไว้ให้คิดถึง )
กรูแอบมีความคิดจะ .. make love ..กับเธอสักครั้ง
แต่ จริงๆ กรูไม่กล้าหรอกถ้าเค้าไม่ยอม
(เผื่อเค้าจะยอมไง เจอกันครั้งสุดท้ายแล้ว)
กรูแค่คิดนะ

ผมจำได้ว่านัดกับเธอไว้ก่อนแล้ว เป็นสัปดาห์
แล้วเหี้ยนั่น โผล่มาจากไหน
ไหนว่าอยู่ใต้
ไหนว่าไปพังงา !! เช้ดโด้

หลังรถผม ของรก เธออาสาจัดให้
เผื่อให้ที่รักของเธอเข้ามานั่งได้
แต่อีนาง จัด แล้วจัดอีก จนที่นั่งข้างๆ ผมรก
ผมแสบใจ นิ๊ดนึงว่า
มันจะไปนั่ง กกกันหลังรถผม
เช้ดโด้
กรูจะเหยียบเบรค ให้แม่ง
ปากกระแทกที่นั่ง ฟันหลุดเลย ห่าราก
พอไปถึงโรงแรม
( ตานิวส์ก็สะเหร่อ ไปพักรีสอร์ทนอกเมือง )
( เปลืองน้ำมันกรูนะ..สัด )

มันไม่ได้กกกัน ต่อหน้าผมคับ
( ถ้ากรูไม่อยู่ มันก็กกกันแน่ๆ กรูเดา )
ไปหาอะไรกินกัน ตามแผน
ผมจึงได้พบ สุภาพบุรุษ ที่สุดในโลก
ราวกับเทพจำแลงลงมา

ห่ารากใส้ ..

อะไร ก็ดูจะดี ดูฉลาด กว่าผมไปหมด
( ในสายตาเธอ )
เธอชอบผู้ชายน่าเบื่อ คนนั้น
ที่ผมพยายามลากการสนทนาไปเรื่องหมิ่นเหม่ศาสนา
แต่ตานิวส์ก็ไม่เคยหลวมตัวตามน้ำกับผมสักที
จะประเสริฐไปไหนคับท่าน !!
อ่อ ลืมไป ต่อหน้าแฟน มันก็ต้องสร้างภาพกันบ้าง

ผมรู้สึกได้ว่า มันไม่พอใจผม
ผมก็ไม่พอใจมัน ผมพูดจาทำนองดูถูกความเป็นชายนิดหน่อย
ก็มันเล่น เหล้าไม่แตะ บุหรี่ไม่สูบ ผู้หญิงไม่ยุ่ง
ผมก็มีแขวะบ้าง

เธอก็ดูจะภูมิอกภูมิใจ ในความเป็น ไอ้งั่ก ของที่รักของเธอ
มันเป็นคนดีเกิน จนผมรำคาญ

.
จนถึงบทสุดท้ายของ blog นี้
บทสุดท้ายของผม และเธอ และเขา
ขากลับนี่แหละ
เกือบมีคนตาย ( กรูเอง )
.

ผมว่าจะไปส่ง มันก่อนแล้วค่อยไปส่งเธอ
ผมไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับเธอแล้วนะ ไม่มีอารมณ์แล้ว
แค่อยากจะลาดีๆ ให้ประทับใจ
( ให้รู้ว่า ถ้าเมิงอกหัก กรูก็จะไม่สนใจเมิงแล้วนะ เช้ดเป็ด )

แค่จูบก็พอ ไม่ได้คิดมากกว่านั้น
( จริง จริ๊งงง เชื่อกรูเหอะ !! )

เรื่องมันเริ่มตรงนี้แหละ
ที่ผมเริ่ม ปวดใจ
แล้วรู้สึกว่า ถูกทำร้าย
มันไม่ยอมให้ผมไปส่งเธอทีหลัง
มันว่าอยากไปส่งเธอก่อน แล้วค่อยกลับ
กลับเองก็ได้ ถ้าผมไม่อยากไปส่งมัน
.
ผมมองหน้ามัน
มันควรได้รู้บ้างว่าผมเคยเป็นอะไรกับเธอ
มันก็รู้หมดแล้ว ถึงได้ระแวงผมไงล่ะ !!
เธอเคยบอกมัน เหมือนที่เคยบอกผมเรื่องมัน
ถ้าผมจะไปส่งมันก่อน มันก็จะขอให้เธอ อยู่เป็นเพื่อนมัน
( นอนค้างกันมันนะแหละ )
.
ผมดีใจ ที่ได้ยินเธอปฏิเสธ
แล้วเธอก็บอกให้ผมไปส่งเธอก่อน เพื่อยุติ ข้อพิพาทเล็กๆ
เธอยอมมัน .. แม้ไม่ได้ยอมค้างกับมัน
แต่ก็ยอมให้มันสบายใจ ที่ไปส่งเธอกับบ้านไปก่อน
ไม่ได้ไปส่งมันก่อน แล้วปล่อยเธอกลับกับผมตามลำพัง
.
ผมรู้ว่า พวกเขารักกัน
ผมรู้
รู้ดี
..
รู้ดี
( เออ กรูรู้แล้ว ไม่ต้องย้ำมาก สาด )

หลังจากส่งเธอเข้าบ้านไปแล้ว
มันลงไปส่งเธอถึงในบ้าน พ่อแม่เธอคงอยู่บ้านมั้ง
ผมกลายเป็นอะไร? นั่งหัวโด่ในรถ เหมือนเป็นคนขับรถให้มัน
ผมโยนของไปหลังรถ เล่นๆ ให้ที่ข้างๆ ว่าง
เพราะรู้ว่ามันต้องกลับขึ้นมา ข้างๆผม นี่
เพราะผม รอรับมัน ไปส่งที่รีสอร์ท ทะเลแก้ว

มันขึ้นรถมา
ขอบคุณคับ
คำแรกของมัน
ผมรู้ว่า แม้เราจะสุภาพบุรุษต่อหน้าหญิงกันขนาดไหน
แต่ระหว่างทางนี้
ถ้าผมหรือใครสักคนพูดจา กวนตีน ขึ้นมา
ใครก็พร้อมจะกระชากคอกันมาซัดหน้าทั้งนั้น

ผมไม่มีอะไรจะพูดกับมัน
มันก็ควรจะไม่มีอะไรพูดกับผม
เดี๋ยวผมก็ไปแล้ว
ไปจากที่นี่ ไปจากชีวิตพวกมัน
ผมอดถาม ( ตั้งใจจะแขวะ ) ไม่ได้
กลับเมื่อไรคับ?
พรุ่งนี้คงกลับแล้ว
ไกลๆ แบบนี้ ไม่ห่วงแฟนหรือคับ? ( กรูตั้งใจแหย่ )
คงเหมือนที่ผ่านๆ มา .. น้องเค้ารอผม
( นี่เมิงจะพระเอกไปไหน รู้ตัวมั้ยว่ากรูแหย่อยู่ สาด )

ผมพูดไม่ออก อิจฉา หมั่นใส้ เกลียด
อารมณ์สารพัดรวมๆ กันอยู่ที่กล้ามท้อง
ไกลๆแบบนี้ ไม่กลัวคนอื่นคาบไปหรือคับ? ( กรูโคตรจะตั้งใจแหย่ )
มันคงรู้ตัวแล้วถูกแหย่แล้ว
มันมองหน้าผม แบบตรงๆ
คือ มองค้างนานๆ ไง เข้าใจมะ? ไอ้หน้าอ่อน
กรูก็หันไปมองบ้าง มันคงรอสบตา กับกรูอยู่
( ถ้ามันเป็นเกย์ .. กรูลำบากตูดแน่ )
ผมเคยบอกน้องเค้าไปแล้ว
อืมม กรูไม่ถามหรอกว่ามันคุยเหี้ยไรกัน
ว่าผมจะไม่ยอมเสียเค้าไปง่ายๆ

กรูเหนื่อย จะมีอารมณ์แล้ว
กรูเหนื่อยจะคิด
ผมเลยขับรถนิ่งๆ เฉยๆ ไวๆ
มันหงุดหงิดนะ ผมสังเกตุ
มันหงุดหงิดที่ผมขับไว
ประมาณว่า มันคงไม่อยากตายพร้อมผม
แต่ผม ไม่ไหวแล้ว
ผมส่งมันเสร็จ
ผมโทรหาเธอ
เธอรับสาย น้ำเสียงมีความสุข ถามว่าส่งที่รักเธอเรียบร้อยดีมั้ย
ผมก็ว่าส่งแล้ว เธอขอตัววางสายผม เพื่อจะโทรหามัน

..
ผมแทบน้ำตาคลอ
ผมจะโทรลาเธอแล้วนะ
เพราะผม จะ กลับ กท. แล้ว
ผมละโทรศัพท์แล้ว
ก็ เหยียบรถลง กท. คืนนั้นเลย
ข้าวของที่บ้านพัก ไว้ก่อนแล้วค่อยมาจัดการ
แต่ผมอยู่ไม่ไหวแล้ว

มากกว่า 24 ชั่วโมงแล้วผม ครุ่นคิด
ผมปล่อยตัวเองฟุ้งซ่าน ฟุ้งซะให้หมดซะ
แล้วผมจะกลับไปใช้ชีวิตปกติ
นี่ก็ 7 วันมาแล้ว จากคืนนั้น
ผมว่า ผมทำใจได้เยอะแล้ว .. รับสมัครสาวปลอบใจคับ ( ฮิ้วววววววววววววว )

2005/Oct/08

หลายเดือนที่แล้ว เป็นปีแล้วก็ได้ว่า
ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ในร้านอินเตอร์เน็ตของเพื่อน ย่านสถานศึกษา
เธอรู้จักกับเพื่อนผมที่ร้านนั้น เข้ามาโวยวาย(ออดอ้อน) ให้ซ่อมปริ๊นเตอร์ให้เธอ
เพื่อมผมมันซ่องคอมฯ นะคับ ไม่ใช่ช่าง printer
แรกๆผมรู้สึกรำคาญ ยัยบ้านี่ เครื่องปริ๊นต์แคนนอนของเธอเสีย
ก็ส่งศูนย์แคนนอนไปซิ งี่เง่า
เป็นความรู้สึกแรกที่ผมคิด และคิดต่อไปเรื่อยๆว่า
นักศึกษามหาวิทยาลัยสมัยนี้ หลอกแดกผู้ชาย
เธอคงอ้อนให้ซ่อมฟรี ทำนองนั้น ..ผมคิด
แต่ภายหลัง ได้คุยกับเพื่อน ถึงได้รู้ว่า เธอไม่ใช่อย่างที่ผมคิด
แถมยังไม่ใช่ แบบตรงกันข้ามกันเลย
ไปเที่ยว ไปกิน ไปดื่ม บางทีเธอจ่ายให้หมด

แล้วเธอก็ยังเปิดร้านอินเตอร์เน็ต & เกมส์ อยู่แล้วด้วย
ทำให้ผมต้องเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับผู้หญิง คนนั้น
ผู้หญิงตัวสูง ผมดำตรงยาวถึงกลางหลัง ทำให้ดูสูงไปกันใหญ่
แต่ก็เหมาะสมกับความหนาของเธอแล้ว สูงๆ แบบนี้
ตัวตรง หลังตรง บุคลิกเยี่ยม ท่าทางหยิ่งไม่ใช่เล่น
ถ้าไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เธอคงไม่มาออดอ้อนแบบนั้น
ผมติดใจเธอเหรอ?
ก็ไม่เชิง ..
แต่ผมก็ถามเพื่อนว่า เธอมีแฟนหรือเปล่า?
ได้ข่าวว่า ไม่มีแฟน
ผมไม่ได้คิดจีบหรอกนะ แต่ก็อยากรู้จักเท่านั้นเอง ..